: us@alleducare.com และ all_educare@windowslive.com
: 097-9456914,089-6546292,082-8919553
ป้าย LED full color คืออะไร

ป้ายไฟ LED full color คืิอ ป้ายใช้สำหรับโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือแสดงภาพ ซึ่งสามารถแสดงผลได้เหมือนกับโทรทัศน์หรือโปรเจคเตอร์และยังสามารถใช้ได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน โดยข้อได้เปรียบของ led คือสามารถสู้แสงอาทิตย์ได้ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าโปรเจคเตอร์ โดยป้าย LED full color ประกอบไปด้วยหลอด LED เม็ดเล็กๆ มากมายทำหน้าที่เปล่งแสงสัญญาณภาพออกมาให้เราได้เห็น

เทคโนโลยีของ LED full color
1. ป้ายไฟLED เทคโนโลยี DIP (LED full color type The Direct In-Line Package)


 
 
ป้ายไฟLED แบบ DIP นั้นจะประกอบไปด้วยหลอด LED จำนวน 3 สีประกอบกัน ซึ่งแต่ละหลอดก็จะมีขา 2 ขา ฝั่งลงไปยึดติดกับแผงวงจรและในแผงวงจรก็จะมีชิบเซ็ตอยู่ด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ในกลางแจ้งครับเนื่องจากเทคโนโลยีนี้จะมีข้อดีตรงที่ การกระจายความร้อนได้ดีกว่า และสามารถทนสภาพอากาศได้ดีกว่า เทคโนโลยีแบบอื่น

2. ป้ายไฟLED เทคโนโลยี SMD (LED full color type The Surface Mounted Diode)



สำหรับเทคโนโลยี SMD นั้น ย่อมาจากคำว่า (surface mounted technology)
เทคโนโลยี SMD เป็นเทคโนโลยีที่รวมหลอด3สีเข้ามาไว้ด้วยกันในทีเดียว ซึ่งจะทำให้มีความละเอียดของภาพที่ดีกว่าแบบ ป้ายไฟ LED เทคโนโลยี DIP และส่วนใหญ่จะนิยมใช้ในติดตั้งแบบภายในเนื่องจากความละเอียดของภาพที่ได้ดีกว่าแต่ข้อเสียคือมีความร้อนสะสมที่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับป้ายไฟ LED เทคโนโลยีแบบDIP
 
ป้ายไฟLED แบบ DIP และ SMD นั้นเมื่อเปรียบเทียบกันถึงการประหยัดพลังงาน ป้ายไฟLED แบบ SMD นั้นจะประหยัดพลังงานมากกว่า ป้ายไฟวิ่ง LED แบบ DIP ถึง 30% ด้วยกัน ดังนั้นก็พอจะสรุปได้ว่า ป้ายไฟ LED แบบ DIP นั้นจะนิยมใช้ภายนอก ส่วนป้ายไฟ LED แบบ SMD จะนิยมใช้แบบภายในนั่นเอง
 
ส่วนประกอบของป้ายไฟ LED full color มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. หลอด LED full color ทั้งแบบ DIP และ SMD

 
 
                หลอด LED full color ทั้ง2 เทคโนโลยีจะมีหน้าตาดังรูปด้านบน ส่วนของคุณภาพก็จะแบ่งออกไปตามยี่ห้อดังนี้ครับ

- หลอด LED full color ยี่ห้อ Nicha หลอด LED full color แบรนด์นี้ผลิตจาก ญี่ปุ่น ความคงทนและความสว่างไม่ต้องพูดถึงครับ สามารถใช้งานได้ยาวนาน สงวนราคาก็ เหมือน เราซื้อรถลัมโบกี่นี่ครับ

- หลอด LED full color ยี่ห้อ Cree หลอด LED full color แบรนด์นี้ผลิตจาก อเมริกา มีความคงทนและความสว่างที่ไม่น้อยไปกว่า LED full color แบรนด์ Nichaเลยครับ สามารถใช้งานได้ยาวนาน สงวนราคาก็เหมือนกับซื้อรถเฟอร์รารี่ครับ

- หลอด LED full color ยี่ห้อ Epistarหลอด LED full color แบรนด์นี้ผลิตจาก ไต้หวัน มีความคงทนและความสว่างที่ไม่น้อยไม่มาก เรียกว่า กำลังพอดีครับ สามารถใช้งานได้สมเหตุ สมผล สมกับราคา และที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนหลอดได้ สงวนราคา เหมือนกับซื้อรถโตโยต้า ครับ

- หลอด LED full color ยี่ห้อ Optoหลอด LED full color แบรนด์นี้ผลิตจาก ไต้หวัน มีความคงทนและความสว่างที่ไม่น้อยไม่มาก เรียกว่า กำลังพอดีครับ สามารถใช้งานได้สมเหตุ สมผล สมกับราคา และที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนหลอดได้ สงวนราคา เหมือนกับซื้อรถฮอนด้าครับ

- หลอด LED full color ยี่ห้อ Sananหลอด LED full color แบรนด์นี้ผลิตจากจีน ครับ คุณภาพแล้วแต่การใช้งานครับ ถ้าใช้งานกับ LED full color จะไม่ค่อยทนครับ ส่วนใหญ่จะใช้กับ LED single color ครับ

- หลอด LED full color ยี่ห้อ Silanหลอด LED full color แบรนด์นี้ผลิตจากจีนครับ คุณภาพด้อยกว่า Sanan ครับราคาถูกมาก แต่คุณภาพก็ไม่ต้องพูดถึงครับ
 
 
2. LED module (LED โมดูล) คือ การรวมตัวกันของหลอด LED มาไว้เป็นแผ่นเดียวกันพร้อมกับมีแผงวงจรIC อยู่ภายในทำหน้าที่สั่งงานหลอด LED full color

 

3. LED cabinet คือ การนำเอา LED module มาประกอบกันรวมกันเป็นตู้ พร้อมทั้งเดินสายสัญญาณภายในและสายสัญญาณไฟ ดังรูป

 
 
4. LED screen คือ การนำเอา LED cabinet มาประกอบกันเข้าเป็นแผ่นสกรีนขนาดใหญ่ ดังที่เราเห็นกันตามสี่แยกไฟแดงหรือตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ขนาดก็ตามแต่ที่เราจะต้องการครับ


 
คงพอจะเข้าใจส่วนประกอบของ LED full color กันมากขึ้นนะครับ ต่อไปจะเป็นในส่วนของโปรแกรมสำหรับควบคุมการทำงานครับ
 
โปรแกรมควบคุมการทำงานป้าย LED full color
ป้าย LED full color จะไม่สามารถทำงานได้เลยครับถ้าไม่มีโปรแกรมควบคุมหรือมีวีดีโอ คอนโทรล ครับ ผมจะขออนุญาติอธิบายไปทีละหัวข้อนะครับ

1. การเชื่อมต่อป้าย LED full colorโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้จะต้องเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โดยจะต้องมีช่องเสียบการ์ด sender จำนวน 1 ช่องครับ หลังจากนั้นก็ใช้โปรแกรม LED studio โปรแกรมยอดนิยมมาใช้งาน


 
2. การเชื่อมต่อป้าย LED full color โดยใช้ VDO processor
ตัวเครื่อง VDO processor นั้นจะใช้งานง่ายกว่าการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และสามารถเลือกนำสัญญาณเข้าได้หลากหลายกว่า พร้อมทั้งยังมีฟังก์ชั่น PIP ( picture in picture) หรือ ฟังก์ชั่น POP (picture of picture) มาให้ใช้งาน




 



หมวดหมู่สินค้า

สินค้าแนะนำ

Desktop View